
เพลี้ยไฟ
“เตือนภัยเกษตรกรผู้ปลูกพืช เฝ้าระวังการระบาดของเพลี้ยไฟในผัก เนื่องจากช่วงนี้สภาพอากาศเหมาะสมต่อการระบาดของเพลี้ยไฟพริก หากพบการระบาด ให้ดำเนินการควบคุมและป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง หรือสามารถ ขอคำแนะนำได้ที่เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดใกล้บ้าน”
ลักษณะอาการ
เป็นแมลงที่มีขนาดเล็กสีน้ำตาลอ่อน เพศเมียวางไข่ในเนื้อเยื่อพืชตามเส้นใบ ทั้งระยะตัวอ่อนและตัวเต็มวัยทำลายพืชโดยดูดกินน้ำเลี้ยงตามใบ ดอก ผล ลักษณะการทำลายของเพลี้ยไฟจะเป็นปากแบบเขี่ยดูด (Rasping-sucking)โดยใช้ปากส่วนที่เป็นแท่ง (Stylet) ดูดน้ำเลี้ยงจากส่วนของพืช ทำให้ใบหรือยอดอ่อนหยิกงอ ขอบใบหงิกมัวนงอขึ้น ดอกร่วง ผลปิดเบี้ยวเสียรูป
การแพร่ระบาด
ในช่วงเข้าฤดูแล้ง เกษตรกรผู้ปลูกพืชผัก เฝ้าระวังการเข้าทำลายของเพลี้ยไฟ ในช่วงระยะยอดอ่อน ใบอ่อน และระยะตาดอกอ่อน
การป้องกันกำจัด
1. เมื่อมีการระบาดของเพลี้ยไฟอย่างรุนแรงให้ใช้
สารสกัดใบยาสูบ ฉีดพ่นทุก 2-3 วัน และเมื่อประชากรเพลี้ยไฟจะลดลงแล้วสามารถฉีดพ่น
สารสกัดใบยาสูบทุก 7-10 วัน โดยสลับกับการฉีดพ่น
ไวต์ออยล์ หรือปิโตรเลียมออยล์ 5-7 วัน/ครั้ง
2. และเมื่อประชากรเพลี้ยไฟลดลง ให้ใช้สารสกัดสะเดาหรือน้ำส้มควันไม้ อัตราส่วน 15-20 ชีซี/
น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่น 1 ครั้ง/สัปดาห์
3. ใช้สารชีวภัณฑ์ ได้แก่ เชื้อราเมตาไรเชียม หรือเชื้อรา
บิวเวอร์เรีย ฉีดพ่น 1 ครั้ง/สัปดาห์
4. ใช้กับดักกาวเหนียวติดตั้งรอบบริเวณแปลง
5. กำจัดวัชพืชรอบแปลงซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของเพลี้ยไฟ
แหล่งข้อมูล : กรมส่งเสริมการเกษตร, กรมวิชาการเกษตร
เรียบเรียงโดย : ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตร
ด้านอารักขาพืช จังหวัดสุพรรณบุรี

